เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว Tokyo Hakodate Sapporo งบ 28,500 รวมค่าเดินทางและที่พัก 8 คืน

Advertisements

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว Tokyo Hakodate Sapporo งบ 28,500 รวมค่าเดินทางและที่พัก 8 คืน

สวัสดีครับผม...เหมือนจะเป็นธรรมเนียมเลยว่าจะต้องมาเขียนรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นปีละ 1 ครัง ซึ่งครั้งล่าสุดนี้ผมก็เพิ่งจะเดินทางไปมาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2018 - 4 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมานี่เองครับ เป็นการไปญี่ปุ่นครั้งที่ 5 ของผมแล้ว แต่เส้นทางการท่องเที่ยวนั้นจะไม่ซ้ำกับที่เคยรีวิวไว้อย่างแน่นอนครับ


วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น


ก่อนที่ผมจะเดินทางไปเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องมีการวางแผนไว้คร่าวๆก่อนครับ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ไปกี่วัน จะเดินทางแบบไหน นอนที่ไหนในแต่ละคืน จองตั๋วที่ไหนดี อะไรประมาณนี้ครับ โดยทริปเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้ผมเริ่มจากการจองตั๋วเครื่องบินก่อนครับโดยได้โปรจาก expedia เป็นการจองตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรม โดยผมเลือกบินกับ HongKong Airline ครับไปต่อเครื่องที่ฮ่องกง

เมื่อได้ตั๋วแล้วก็ทำการจองโรงแรมในแต่ละคืนต่อเลยครับ จากนั้นผมก็มาดูว่าเส้นทางที่ผมจะไปนั้นเดินทางอย่างไร มีพาสอะไรลองรับมั้ย ก็มาลงตัวที่ JR East-South Hokkaido Rail Pass ซึ่งสามารถใช้ได้ 6 วันครับ ส่วนรายละเอียดของการเที่ยวแต่ละวันค่อยมาทำอีกครั้งครับ

งบประมาณเที่ยวญี่ปุ่น


สำหรับงบประมาณของทริปเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้ของผม จะลงให้ดูตามด้านล่างนี้ครับ จะเป็นงบคร่าวๆนะครับ อาจจะมีบวก ลบ หรือตกหล่นไปบ้าง หลักๆจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าพาสต่างๆ

- ค่าตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก 2 คืนที่ Sotetsu Fresa Inn Nihonbashi Kayabacho 12,500 บาท/คน

- ค่าโรงแรม Manza Kogen Hotel รวมอาหารเช้า+อาหารค่ำ คืนละ 4,500 บาท/สองคน

- ค่าโรงแรม Hotel Sharoum-inn 2 ที่ Hakodate 2 คืน ราคา 2,700 บาท/สองคน

- ค่าโรงแรม Hotel Sunroute Sapporo ที่ Sapporo 2 คืน ราคา 6,200 บาท/สองคน

- ค่าโรงแรม Narita Airport Rest House ใกล้สนามบินนาริตะ ราคา 2,300 บาท/สองคน

- ค่า JR East-South Hokkaido Rail Pass : 6 Day ราคา 26,000 ¥ (7,580 THB)/คน

ค่าใช้จ่ายหลักๆจะประมาณนี้ครับ ส่วนค่ากินแต่ละวัน ค่าเดินทางนอกเหนือจากพาสนี้ผมจะลงให้ดูในรีวิวแต่ละตอนอีกครั้งครับผม

ตารางรถไฟเที่ยวญี่ปุ่นที่จองล่วงหน้าไว้แล้ว

ด้านบนนี้ก็คือรถไฟที่ผมได้ทำการจองที่นั่งล่วงหน้าจากเมืองไทยไปครับ ส่วนมากจะเป็นรถไฟ shinkansen ที่พาสผมใช้ได้ครับผม จองไว้ก่อนจะได้อุ่นใจ มีที่นั่งแน่นอน แพลนเที่ยวจะได้มีเปลี่ยนครับ

เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี


เป็นคำถามที่ตอบยากมากครับ ความชอบคนเราไม่เหมือนกัน งบประมาณการเที่ยวก็มีไม่เท่ากัน บางคนชอบช่วงซากุระบานอากาสไม่หนาวมาก บางคนชอบช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บางคนชอบหน้าหนาวหิมะฟูๆ ถ้าใครงบน้อยก็อาจจะชอบมาช่วงหน้าร้อนเพราะจะมีโปรโมชั่นราคาถูกออกมาเยอะ แต่ทริปนี้ผมเลือกเดินทางมาหน้าหนาวครับ หนาวมากด้วย ฮ่าๆ ชอบหิมะเยอะๆครับ ยิ่งขึ้นไปแถวๆ Sapporo ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่เลย

หลังจากที่ได้ข้อมูลคร่าวๆของการเที่ยวญี่ปุ่นไปแล้ว เดียวมาชมรีวิวการเดินทางจริงๆกันเลยครับผม ซึ่งในรีวิวนี้ผมจะลงแบบคร่าวๆนะครับว่าแต่ละวันจะไปไหนบ้าง และผมจะทำรีวิวอย่างละเอียดแยกเป็นตอนๆอีกครั้งครับ ใครอยากตามรอยหรือเที่ยวตามก็รอชมกันได้ครับ


วันแรกผมออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ เวลา 4.00 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2018 ครับ ด้วยการสายบิน HongKong Airline เช็คอินที่แถว K ครับผม


โดยจะต้องไปต่อเครื่องที่ฮ่องกงก่อนครับ วิธีต่อเครื่องก็ไม่ยากอะไร


เครื่องที่บินไปญี่ปุ่นก็นั่งสบายดีครับ มีหนังให้ดู เสริฟอาหาร น้ำดื่มตามปกติครับ


มาถึงที่สนามบินนาริะ ประเทศญี่ปุ่นประมาณ 14.30 น. ครับตามเวลาญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมงครับผม


จากนั้นผมก็ไปแลก JR East-South Hokkaido Rail Pass ตัวจริงและไปรับตั๋วที่ผมทำการจองล่วงหน้ามาจากเมืองไทยครับ สามารถดูวิธีจองได้ที่ http://www.mu-ku-ra.com/2018/02/jrpass-train-reservation.html เมื่อรับตั๋วเสร็จแล้วก็เดินทางไปยังโรงแรมคืนแรกครับ


โรงแรม Sotetsu Fresa Inn Nihonbashi Kayabacho ผมจะพักที่นี่ 2 คืนครับ หลังจากที่เช็คอินเอาประเป๋าไปเก็บแล้วก็ออกมาเดินเล่นที่ย่าน Ueno ครับ


มาเดินเล่นและทานราเม็งข้อสอบ Ichiran Ramen สาขา Ueno หลังจากทานเสร็จก็เป็นอันหมดวันแรกครับ กลับไปนอนที่โรงแรม เตรียมตัวสำหรับไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้


มาถึงวันที่ 2 ครับ วันนี้มีโปรแกรมนั่งรถไฟ shinkansen เพื่อไปยัง สวนสตรอว์เบอร์รี (Ichigo mura) จากนั้นช่วงครึ่งวันบ่ายก็จะเดินเล่นแถวๆโรงแรม ซื้อของฝากและของที่เพื่อนฝากซื้อ



โปรแกรมครึ่งวันเช้าก็สบายๆครับ นั่งรถไฟจากโตเกียวมาประมาณ 70 นาที จากนั้นก็ต่อแท็กซี่อีก 5 นาทีก็ถึงแล้วครับ


สเตอเบอรี่หวานมากๆ ตัดสดๆจากต้นเลยทีเดียว


หลังจากนั้นผมก็นั่งรถไฟกลับมายังโตเกียวครับ มาเดินเลือกซื้อของฝาก และหาอาหารเย็นทานที่แถวๆสถานีอุเอโนะ ที่ต้องมาซื้อของฝากต่างๆวันนี้ก็เพราะว่าหลังจากนี้ผมจะไม่อยู่โตเกียวแล้วครับ จะนั่งรถไปเที่ยวไปเรื่อยๆ กลับมาโตเกียวอีกทีก็วันกลับเลย


แวะทานมันปูย่างร้าน isomaru suisan สาขาตลาด ameyoko อร่อยดีครับ มีของทะเลสดๆให้เลือกทานเยอะดีครับ


ต้องสั่งเลยครับมันปูย่าง กินกับข้าวสวยร้อนๆ


กินอิ่มก็เดินช็อปปิ้ง ก่อนจะกลับไปที่โรงแรมเก็บกระเป๋าเตรียมที่จะเช็คเอาท์ในวันพรุ่งนี้ครับผม


มาถึงการเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ 3 แล้วครับ วันนี้จะออกไปนอนที่เมือง karuizawa ครับผมจองโรงแรมที่มีออนเซ็นกลางหิมะเอาไว้ มาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวแบบนี้ ไม่ควรพลาดการมานอนแช่ออนเซ็นนะครับ


ออกจากโตเกียวด้วยรถไฟ shinkansen ไปลงที่สถานี karuizawa ครับ ต่อเดียวถึงเลยนั่งประมาณ 70 นาที


ก่อนที่รถของโรงแรมจะมารับ มีเวลาเดินเล่นที่ karuizawa outlet ประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ ใครขาช็อปปิ้งน่าจะชอบครับ มีร้านรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า ทุกแบรนด์ทุกยี้ห้อให้เลือกซื้อเลย


หลังจากที่เดินเล่นจนถึงเวลาที่รถจากโรงแรม Manza Kogen Hotel จะมารับ ก็เดินไปขึ้นรถครับ นั่งไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ


ถึงแล้วที่พักของผมในคืนนี้ Manza Kogen Hotel เป็นโรงแรมที่อยู่กลางเขา มีลานสกีและบ่อสำหรับแช่ออนเซ็นบริการครับ


ห้องพักก็ประมาณนี้ครับผม


วันนี้ผมก็จบวันที่นี่ครับ เดียวพรุ่งนี้เช็คเอาท์แล้วเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นกันต่อครับผม


สำหรับวันนี้จะเดินทางค่อนข้างนานครับ จะต้องต่อรถไปถึง 3 ต่อด้วยกันครับ เพื่อที่จะเดินทางจาก karuizawa ไปยังเมือง Hakodate ครับ


เริ่มจากรถของโรงแรมจะมาส่งที่สถานี karuizawa


จากนั้นต้องนั่งรถไฟ shinkansen จาก karuizawa มาลงที่สถานี OMIYA


เมื่อถึงสถานนี OMIYA แล้วต้องต่อรถไฟขบวน HAYABUSA เพื่อไปลงสุดสายที่สถานี SHIN-HAKODATE-HOKUTO ครับ


นั่งมาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าก็มาถึงสถานี SHIN-HAKODATE-HOKUTO แต่ยังไม่ถึงครับ ต้องต่อรถไฟขบวนธรรมดาเพื่อไปยังสถานี  HAKODATE ครับ


มาถึงสถานี HAKODATE ก็เกือบจะ 2 ทุ่มแล้วครับ เป็นวันแห่งการเดินทางจริงๆเลย


เดินออกมาหน้าสถานีครับจากนั้นก็เข้าเช็คอินที่โรงแรม Hotel Sharoum-inn 2 ซึ่งผมจะพักที่นี่เป็นเวลา 2 คืนครับ สามารถเดินมาจากสถานี JR Hakodate ได้ครับไม่เกิน 10 นาที



จากนั้นก็เข้านอนเตรียมตัวเที่ยวต่อในวันพรุ่งนี้ครับผม


มาถึงวันที่ 5 ของการเที่ยวญี่ปุ่นแล้วครับ โดยวันนี้ผมจะออกเที่ยวในเมือง Hakodate ครับ มีเวลา 1 วันเต็มๆเลยสำหรับเมืองนี้ หลังจากที่ตื่นนอนก็เดินมายัง ตลาดปลา Asaichi Morning Market ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสถานี JR Hakodate ครับ


มาเดินเล่นและหาอาหารเช้าทานที่ ตลาดปลา Asaichi Morning Market


หลังจากที่ทานอาหารอิ่มแล้วก็เดินทางไปยังจุดหมายแรกครับนั่นก็คือ สวนพฤกษศาสตร์ฮาโกดาเตะ (Hakodate Botanical Garden) มาดูลิงน้อยแช่ออนเซ็น


ด้านในจะมีพรรณไม้เมืองร้อนให้ชมครับ เข้าไปไปหลบหนาวได้ดีเลยที่เดียว


จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อยัง Goryokaku Park และ Goryokaku Tower ไปชมวิวสวนรูปดาว


ชมด้านลนแล้วก็ลงมาเดินชมด้านล่างครับ ซึ่งเป็นทางเดินไปยังร้านที่ผมจะมาทานซูชิเป็นมื้อเที่ยงครับ


แวะมาทานซูชิสายพายที่ Gourmet Sushi-Go-Round Kantaro ร้านนี้อร่อยมากครับแนะนำเลย


ทานอิ่มแล้วก็ไปต่อที่ Bay Area / Kanemori Red Brick Warehouse เดินเล่นชมวิว ถ่ายรูปสวยๆกับโกดังอิฐแดงที่ตั้งอยู่ริมทะเล


ด้านในโกดังจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร


จุดหมายต่อไปก็คือขึ้นไปชมวิวเมืองที่ Mt. Hakodate Ropeway ครับ แต่เสียดายวันที่ผมขึ้นไปสภาพอากาศไม่ดีเท่าไหร่ครับ หมอกลงจัดมากแทบมองไม่เห็นวิวด้านล่างเลย


ปิดท้ายโปรแกรมเที่ยว Hakodate 1 วันด้วยร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของเมืองนี้ครับผม ร้าน Lucky pierrot นั่นเองครับ


เป็นอันจบวันอย่างสมบูรณ์ครับ จากนั้นก็กลับโรงแรมเตรียมเก็บของเพื่อที่จะเดินทางไปยังเมือง Sapporo ในวันพรุ่งนี้ครับ


วันนี้ผมจะเดินทางออกจาก Hakodate ไปยังเมือง Sapporo ครับ โดยการนั่งรถไฟไปใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงได้ครับ ไปถึง Sapporo ประมาณเที่ยงๆ จากนั้นก็จะไปเที่ยวกันที่ Otaru ในช่วงของครึ่งวันบ่ายครับ


จากสถานี Hakodate นั่งขบวน LTD. EXP HOKUTO 3 ซึ่งได้ทำการจองล่วงหน้าไว้แล้วครับ


เมื่อมาถึงสถานี Sapporo ผมก็ต่อรถไฟเพื่อไปเที่ยวยังเมือง Otaru ก่อนครับ มีเวลาครึ่งวันที่ Otaru


ที่แรกที่จะเที่ยวก็คือจะขึ้นกระเช้าไปชมเมือง Otaru จากมุมสูงครับ นั่งรถเมล์มาลงที่ Tenguyama Ropeway ครับ


จากนั้นก็นั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนครับผม


โชคดีที่ฟ้าฝนเป็นใจ ทำให้มองเห็นเมืองโอตารุได้อย่างชัดเจน


เสร็จแล้วก็ลงมาเดินเล่นที่ คลองโอตารุ (Otaru Canal Area) ครับ


ก่อนที่จะนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี JR Sapporo ครับเพื่อไปเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม Hotel Sunroute Sapporo ซึ่งผมจะพักที่นี่ 2 คืนครับ



ก็หมดไปอีก 1 วันครับ สำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นของผมรอบนี้


มาถึงวันที่ 7 วันนี้ผมจะพาเที่ยวเมือง Sapporo ใน 1 วันครับ ตอนแรกว่าจะออกแต่เช้า แต่เนื่องจากว่าเพลียจากการเดินทางทำให้ตื่นสายไปหน่อย เวลาเที่ยวเลยเหลือน้อยกว่าแพลนที่ว่างไว้


มาเริ่มต้นที่ โรงงานช็อกโกแลต Shiroikoibito Park ครับนั่งรถไฟใต้ดินมาได้เลย เดินต่ออีกนิดหน่อย


ที่ โรงงานช็อกโกแลต Shiroikoibito Park คนจะค่อนข้างเยอะครับ มีทัวร์ลงด้วย


จากนั้นก็มาต่อที่ Sapporo Beer Museum ครับ มาชิมเบียร์ซักหน่อย


หลังจากออกจาก Sapporo Beer Museum ก็กลับมาตั้งหลักที่สถานี Sapporo ครับหาอะไรง่ายๆทานแล้วก็ลุยกันต่อ


เดินมาที่ ทำเนียบอิฐแดง


ช่วงเย็นๆแสงสวยมากครับ


จากทำเนียบอิฐแดง ผมก็เดินต่อมาจนถึงแถวหอ Sapporo TV Tower ครับ


ช่วงที่ผมไปใกล้จะถึงงาน sapporo snow festival 2018 เลยมีการเตรียมงานกันอยู่ครับ เลยถือโอกาสเดินดูซักหน่อย


เริ่มมืดแล้วครับ นี่ขนาดยังไม่ถึง 5 โมงเย็นเลยครับ จากนั้นผมก็นั่งรถไฟใต้ดินไปหาราเมงทานกันที่ ตรอกราเม็ง ครับ


วิธีมาก็นั่งรถใต้ดินมาลงที่สถานี Susukino ครับ ทานราเมงอิ่มแล้วก็เดินย่อยซื้อของนิดหน่อยก่อนที่จะกลับไปพักที่โรงแรม เดียวพรุ่งนี้ผมจะต้องเดินทางไกลยิงยาวจาก Sapporo นั่งรถไฟไปจนถึงสนามบินนาริตะเลยครับ เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟกันเลยทีเดียว


ที่ Susukino นั้นมีร้านค้าให้ช็อปปิ้งเยอะเลยนะครับ ใครสายช็อปไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ Sapporo


มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้แล้วครับผม วันนี้จะเป็นวันแห่งการนั่งรถไฟเลยที่เดียว ผมต้องนั่งทั้งหมด 3 ต่อครับเพื่อไปถึงปลายทางที่สนามบินนาริตะ


มาเริ่มจากต่อแรกครับก็คือเดินทางจากสถานี SAPPORO ไปยังสถานี SHIN-HAKODATE-HOKUTO ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครับเป็นรถด่วนพิเศษครับ


เมื่อมาถึงสถานี SHIN-HAKODATE-HOKUTO ต้องไปต่อ SHINKANSEN เพื่อไปยังสถานี Tokyo ครับ


รถไฟ SHINKANSEN ขบวน HAYABUSA ที่จะพากลับโตเกียวครับผม


เมื่อมาถึงสถานีโตเกียวแล้วผมก็ต้องไปต่อขบวน NARITA EXPRESS เพื่อไปยังสนามบินครับ


มาถึงสนามบินนาริตะแล้วผมก็เดินมาด้านนอกเพื่อมารอขึ้นรถ รับ-ส่งไปโรงแรมครับ เนื่องจากว่าผมจะต้องบินกลับไฟลท์เช้าของวันพรุ่งนี้ เลยเลือกที่จะนอนโรงแรมใกล้ๆสนามบิน


รถของโรงแรม Narita Airport Rest House จะมารับที่ป้ายหมายเลข 32 ครับ


มาถึงโรงแรม Narita Airport Rest House ก็รีบอาบน้ำนอน พรุ่งนี้จะต้องไปสนามบินแต่เช้า


มาถึงสนามบินตอนเช้าก็ไปเช็คอินรับตั๋วของสายการบิน HongKong Airline ครับ จะได้ตั๋วมา 2 ใบก็คือ นาริตะ - ฮ่องกง และอีกใบคือ ฮ่องกง - กรุงเทพ สำหรับขากลับนั้นผมต้องไปรอต่อเครื่องที่ฮ่องกงประมาณ 10 ชั่วโมงครับ ผมเลยจะออกไปเที่ยวในเมืองและมารีวิวให้ชมกันด้วยครับ

ทั้งหมดนี่ก็คือรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นแบบคร่าวๆนะครับ ก็คือยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าวิธีเดินทางวิธีซื้อต่างๆนั้นต้องทำยังไง แต่ไม่ต้องกลัวครับ เดียวผมจะเขียนรีวิวแยกออกมาเป็นตอนๆอย่างละเอียดเหมือนเดิมครับ เพื่อนๆสามารถติดตามชมติดตามกันได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับผม มีทั้งหมด 18 ตอนด้วยกัน รับรองว่าละเอียดเที่ยวตามได้แน่นอนครับ

ชมรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทั้ง 18 ตอนอย่างละเอียด


เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #01 รีวิววิธีเดินทางจากสุวรรณภูมิด้วย Hong Kong Airlines ต่อเครื่องไปลงนาริตะ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #02 รีวิวโรงแรม Sotetsu Fresa Inn Nihonbashi Kayabacho พร้อมวิธีเดินทาง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #03 พาชิมราเม็งข้อสอบ Ichiran Ramen สาขา Ueno พร้อมวิธีสั่งและวิธีเดินทาง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #04 พาเที่ยวสวนสตรอว์เบอร์รี (Ichigo mura)ตัดแล้วกินสดๆจากต้น พร้อมวิธีเดินทาง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #05 เดินเล่นย่าน Ueno พาชิมมันปูย่างร้าน isomaru suisan สาขาตลาด ameyoko

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #06 พาเดินเที่ยว karuizawa outlet มีทุกแบรนด์ช็อปปิ้งพร้อมวิธีเดินทางจากโตเกียว

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #07 รีวิวโรงแรม Manza Kogen Hotel แช่ออนเซ็นกลางหิมะ พร้อมวิธีเดินทางอย่างละเอียด

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #08 รีวิววิธีเดินทางไป HAKODATE ด้วย JR East-South Hokkaido Rail Pass ไม่ยากเลย

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #09 รีวิวโรงแรม Hotel Sharoum-inn 2 ที่พักราคาถูกใกล้สถานี JR HAKODATE

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #10 รีวิวพาเที่ยว HAKODATE 1 วัน เก็บครบ ที่เที่ยว ที่กิน พร้อมวิธีเดินทาง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #11 เดินทางไป Sapporo พาเที่ยว Tenguyama Ropeway ชมวิวคลองโอตารุ (Otaru Canal Area)

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #12 รีวิวโรงแรม Hotel Sunroute Sapporo ที่พักราคาไม่แพง ใกล้สถานี Jr Sapporo

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #13 พาเที่ยว Sapporo 1 วัน เก็บครบ ที่เที่ยว ที่กิน พร้อมวิธีเดินทางอย่างละเอียด

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #14 ไปชิมราเมง ที่ตรอกราเมน Ramen Alley Sapporo พร้อมวิธีเดินทาง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #15 รีวิววิธีเดินทางจาก Sapporo ยิงยาวไปสนามบิน Narita ด้วย JR East-South Hokkaido

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #16 รีวิวโรงแรม Narita Airport Rest House ที่พักใกล้สนามบิน มีรถรับ-ส่ง สะดวกมากๆ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #17 กลับไทยด้วย Hong Kong Airlines พร้อมวิธีและขั้นตอนต่างๆ ที่สนามบินนาริตะ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว #18 พาเที่ยว HongKong 1 วัน ระหว่างรอต่อเครื่องกลับกรุงเทพ พร้อมวิธีเดินทางไปสถานที่ต่างๆ
Advertisements

บทความ รูปภาพ และเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ www.mu-ku-ra.com อนุญาติให้นำภาพและบทความไปใช้ได้ โดยห้ามลบโลโก้และต้องใส่ลิงค์บทความนั้นๆ (link/URL แบบ follow) กลับมาด้วยทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสื้น

About tanasak mukura

mu-ku-ra.com รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทะเล ภูเขา น้ำตก ร้านอาหาร ที่พัก ที่เคยไปมาด้วยตัวเอง โปรแอร์เอเชีย วิธีจองโรงแรม ทุกเรื่องเที่ยว แวะมาคุยกันได้นะครับ เพราะทุกจุดหมายของการเดินทาง มันคือประสบการณ์ชีวิต
ขับเคลื่อนโดย Blogger.