ญี่ปุ่น

พาเที่ยว Higashimokoto Shibazakura Park ชมพิงค์มอส พร้อมวิธีเดินทางอย่างละเอียด

Advertisements

พาเที่ยว Higashimokoto Shibazakura Park ชมพิงค์มอส พร้อมวิธีเดินทางอย่างละเอียด

สวัสดีครับ...วันนี้จะพาขึ้นเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นไปที่เกาะฮอกไกโด ซึ่งผมได้มีโอกาสมาเที่ยวที่ซับโปโรอีกครั้ง เนื่องจากแอร์เอเชียเปิดบินตรงอีกครั้ง เลยจองโปรโมชั่นมาอีกรอบ แต่รอบนี้จะเป็นช่วงหน้าร้อนแล้วครับ โดยผมเดินทางมาช่วงวันที่ 30 พค - 4 มิย  ครับ


จากที่หาข้อมูลก็พบว่าช่วงที่ผมเดินทางมานั้นมีเทศกาลชมทุ่ง Pink Moss Shibazakura ที่ Higashimokoto ซึ่งงานปีนี้ (2018) จัดวันที่ 3 พฤษาคม ถึงวันที่ 3 มิถุนายน ครับ โดยแต่ละปีจะจัดงานช่วงวันไหนสามารถเข้าไปเช็คได้ที่หน้าเว็บ http://www.shibazakura.net/ ครับ

ข้อมูล Higashimokoto Shibazakura Park


ทุ่ง Pink Moss Shibazakura ที่ Higashimokoto Park 東藻琴芝桜公園 จะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมิถุนายน ของทุกปี สวนแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1956 มีขนาดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ด้วยพื้นที่มากถึง 100,000 ตารางเมตร และเมื่อช่วงเวลา Full Bloom ของพิงค์มอสมาถึง สวนทั้งสวนจะกลายเป็นทิวเขาสีม่วงสลับสีชมพูขาวยิ่งใหญ่ตระการตา

ภายในสวนจะเป็นทางเดินยาว บางช่วงเป็นบันไดขึ้นลงเนินเขา ทำให้มองเห็นวิวของทุ่งดอกพิงค์มอสที่สวยงาม ในช่วงมีที่การจัดงานเทศกาลนั้นจะมีร้านค้าร้านอาหารต่างๆมาตั้งเรียงรายกันอยู่และยังมีซอฟครีมรสชิบะซากุระให้ลองชิมอีกด้วย


Higashimokoto Shibazakura Park การเดินทาง


นั่งรถไฟไปลงที่สถานีอะบาชิริ (Abashiri Station) จากนั้นต่อด้วยรถบัสอะบาชิริ (Abashiri Kotsu Bus) สาย Eigo Koto town ไปลงที่สวนฮิกาชิโมโกโตะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ลงป้าย Higashi Mokoto และต่อรถแท็กซี่อีกประมาณ 5 นาที


โดยผมเริ่มออกเดินทางจากสถานีซับโปโรครับ โดยใช้ JR Hokkaido Pass แบบ 3 วัน ใครจะไปเที่ยวที่ Higashimokoto Shibazakura Park แนะนำให้ซื้อพาสครับ เพราะว่าค่ารถไฟขาไปอย่างเดียวราคาก็เกือบ 10,000 เยนแล้ว

ผมจองตั๋วล่วงหน้ามาแล้ว วันเดินทางก็แค่ไปขึ้นรถไฟตามเวลาเท่านั้นเอง


ผมออกเดินทางวันที่ 1 มิถุนายน ออกจากสถานี Sapporo เวลา 6.56 ไปถึงที่สถานี Abashiri เวลา 12.18 โดยจะต้องไปขึ้นรถที่ Tarck หมายเลข 7 ครับ เรียกได้ว่านั่งรถไฟกันครึ่งวันเลยทีเดียวครับ


วิธีการใช้พาสก็เหมือนเดิมครับ เดินเข้าในช่องที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นก็โชว์พาสให้เจ้าหน้าที่ดูครับ


ขึ้นไปรอรถที่ Tarck หมายเลข 7 สำหรับรถไฟขบวน LIMITED EXP. OKHOTSK


รถไฟ LIMITED EXP. OKHOTSK  มาถึงตรงตามเวลา


ผมจองที่นั่งมาแล้ว โดยต้องไปที่ตู้หมายเลข 3 ที่นั่ง 10-C


ตู้หมายเลข 3 เป็นตู้สำหรับจองที่นั่งเท่านั้นครับ


รถไฟขบวนนี้ดูภายนอกจะเก่า แต่ภายในก็สะอาด และสะดวกสบายดีครับ


เนื่องจากว่าต้องนั่งรถไฟอย่างยาวนาน ต้องแวะซื้ออาหารมาทานบนรถไฟกันหน่อย โดยที่สถานีรถไฟซับโปโรจะมีร้านสะดวกซื้อเปิดอยู่ครับ ซื้อน้ำ ขนม อาหาร มาทานบนรถได้เลย


นั่งไปดูวิวไป หลับไป ตื่นๆหลับๆ ฮ่าๆ


และก็มาถึงสถานี Abashiri Station ตรงตามเวลาครับ เล่นเอาเมื่อยเหมือนกันแฮะ


จากนั้นก็โชว์พาสเพื่อออกไปด้านนอกครับ สถานีมีขนาดไม่ใหญ่มาก


คนก็ไม่เยอะครับ เนื่องจากมีรถไฟวิ่งมาค่อนข้างจะน้อยมาก


แวะสอบถามข้อมูลซะหน่อย จะมีเจ้าหน้าที่คอยบริดารนักท่องเที่ยวอยู่ ขั้นตอนต่อไปเราจะต้องนั่งรถบัสต่อไปอีกครับ


ด้านบนจะเป็นตารางเวลาของรถบัส (Abashiri Kotsu Bus) ที่เราจะต้องนั่งเพื่อไปยัง Higashimokoto Shibazakura Park ครับ โดยผมจะขึ้นรถรอบ 14.00 ครับ ส่วนรถรอบสุดท้ายที่จะกลับมาสถานี Abashiri จะออกเวลา 17.30 ยังไงก็เช็คเวลากันดีๆนะครับ จะได้ไม่ตกรถ


บริเวณหน้าสถานี Abashiri เมืองนี้ค่อนข้างจะเงียบมากๆเลย


ตรงข้ามจะเป็นโรงแรม Toyoko inn Abashiri เดียวคืนนี้ผมจะกลับมานอนที่โรงแรมนี้ครับ


ป้ายรถบัสจะอยู่หน้าสถานีครับทางซ้ายมือ


เมื่อถึงเวลา 14.00 รถก็มาจอดรอแล้วครับ เห็นลายของรถก็รู้เลยว่าจะพาเราไป เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss Shibazakura ที่ Higashimokoto


เนื่องจากว่าเป็นช่วงปลายของเทศกาลชมทุ่ง Pink Moss แล้ว คนเลยไม่เยอะครับ มีคนไทย 2 คน ที่เหลือเป็นคนจีนหมดเลย


วิธีการขึ้นรถบัสก็คือเราจะต้องดึงตั๋วออกมาด้วยครับ จะได้รู้ว่าเราขึ้นมาจากป้ายไหน ตอนลงจะได้จ่ายค่ารถถูก


เนื่องจากคนทั้งรถลงป้ายเดียวกันหมดเลย คนขับเลยมาอธิบายครับว่า ต้องจ่ายค่ารถ 1,230 เยนตอนลง และเมื่อถึงสถานีรถบัสแล้ว จะต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปอีก 10 นาที


รถจะขับเลียบทะเลไปครับ อากาศที่เมืองนี้ยังหนาวอยู่เลยครับ วันที่ผมไปประมาณ 10 องศาได้


ตอนลงรถเราก็เอาตั๋วหย่อนลงในกล่อง แล้วก็หยอดเงินค่าโดยสารตามไปครับ ต้องหยอดให้พอดีนะครับเครื่องจะม่ทอน ใครไม่มีเหรียญก็สามารถแลกได้ครับ


เมื่อมาถึง Higashimokoto ก็ต้องนั่งรถแท็กซี่ไปต่ออีกครับ


แต่ถ้าใครมาช่วงที่จัดงานเทศกาลชมทุ่ง Pink Moss Shibazakura จะมีรถรับ-ส่ง ฟรีครับ ตามเวลาด้านบน สามารถเช็คได้จาก http://www.shibazakura.net/en/access/


นั่งแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีครับ


ค่ารถ 2,200 เยน แนะนำว่าให้หาคนหารครับ เพราะเค้าจะไปที่เดียวกับเราอยู่แล้ว หาให้ได้คันละ 4 คนกำลังดีครับ


เมื่อมาถึงทางเข้างานเทศกาลชมทุ่ง Pink Moss Shibazakura ที่ Higashimokoto ก็เสียใจนิดหน่อย ฮ่าๆ เนื่องจากมันเลยช่วงจุดพีทสุดไปแล้วครับ มาช้าไป 4-5 วัน Pink Moss บนเขาเลยไม่ชมพูแล้ว


แต่ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว ก็ลุยครับ ต้องซื้อตั๋วก่อนครับ ปกติจะราคา 500 เยน แต่เนื่องจาก Pink Moss มันเริ่มร่วงไปเยอะแล้ว เค้าเลยลดราคาค่าเข้าชมเหลือ 300 เยนครับ

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

ตั๋วเข้าชมครับ

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

เหลือ Pink Moss ที่พื้นเป็นส่วนใหญ่ครับ จะมีหลายสีเช่น ชมพู ม่วง ขาว แซมๆกันไปครับ

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

ใครจะมาเที่ยวที่ Higashimokoto Shibazakura Park ผมแนะนำให้มาช่วงกลางเดือนพฤษาคมจะดีกว่าครับ กำลังสวยเลย

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

ถึงจะเหลือให้ชมไม่เต็มพื้นที่ แต่แค่นี้ก็สวยแล้วครับ

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

วันที่ผมมาคือวันที่ 1  มิถุนายน 2018

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

ตรงนี้จะมีกิจกรรมให้ทำก็คือการขี่รถโกคาร์ทชมทุ่งครับ น่าสนใจดีครับ


ทำทางขี่ขึ้นไปบนเขาครับ

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park


มีร้านค้า ร้านอาหาร บริการอยู่ด้านนอกด้วย

เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss ที่ Higashimokoto Shibazakura Park

ที่ขาดไม่ได้คือไอสครีมสีชมพูครับ สีเข้ากับบรรยากาศมากฮ่าๆ

เดินเล่นอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าก็ต้องกลับแล้วครับ โดยขากลับต้องนั่งแท็กซี่กลับมาที่ป้ายรถบัส Higashimokoto เหมือนเดิมครับ


จากนั้นก็มาต่อรถบัสรอบ 17.30 เพื่อกลับไปที่ Abashiri Station


รถจะส่งเราที่ป้ายเดิมครับ หน้า Abashiri Station ค่ารถก็เท่าเดิมครับ 1,230 เยน


มาถึง Abashiri Station ก็หมดวันพอดีครับ ไม่มีรถไปแล้ว ทำให้ต้องนอนค้างที่เมือง Abashiri 1 คืนครับ โดยผมจะนอนที่โรงแรม Toyoko inn Abashiri ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสถานีเลยครับ เป็นโรงแรมยอดนิยมของเมืองนี้ ราคาไม่แพงทำเลดีมากๆ ซึ่งผมจะรีวิว Toyoko inn Abashiri ในตอนต่อไปครับ

รีวิวนี้ก็ถือเป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะเดินทางมาเที่ยว เทศกาลชมทุ่ง Pink Moss Shibazakura ที่ Higashimokotoในปีต่อๆไปครับ เพราะว่าปีนี้คงเที่ยวไม่ทันแล้ว การเดินทางไม่ยากครับ แต่อาจจะใช้เวลามากหน่อย แต่ถ้าจัดโปรแกรมดีๆ ขากลับเราก็สามารถแวะเที่ยวที่อื่นต่อได้ครับ

Higashimokoto Shibazakura Park แผนที่




สามารถติดตามเราหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook : พาเที่ยวแบบง่ายๆ by mukura
Advertisements

บทความ รูปภาพ และเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ www.mu-ku-ra.com อนุญาติให้นำภาพและบทความไปใช้ได้ โดยห้ามลบโลโก้และต้องใส่ลิงค์บทความนั้นๆ (link/URL แบบ follow) กลับมาด้วยทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสื้น

About tanasak mukura

mu-ku-ra.com รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทะเล ภูเขา น้ำตก ร้านอาหาร ที่พัก ที่เคยไปมาด้วยตัวเอง โปรแอร์เอเชีย วิธีจองโรงแรม ทุกเรื่องเที่ยว แวะมาคุยกันได้นะครับ เพราะทุกจุดหมายของการเดินทาง มันคือประสบการณ์ชีวิต
ขับเคลื่อนโดย Blogger.